RSS
ไมเคิล แจ็คสัน หัวใจวาย

26. มิถุนายน 2009

0 Comments

ไมเคิล แจ็คสัน หัวใจวาย

ไมเคิล แจ็คสัน หัวใจวาย ราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ๊คสัน ลาโลกแล้ว ราชาเพลงป็อปชื่อก้องโลก “ไมเคิล แจ็คสัน” ได้เสียชีวิตกระทันหันกลางนครลอสแองเจลิส จากโรคหัวใจ ด้วยวัย 50 ปี โดยหัวใจหยุดเต้นขณะนำส่งโรงพยาบาลยูซีแอลเอ ปิดตำนานท่าเต้น “ลูบเป้า”.. สำนักข่าวบีบีซีรายงานเมื่อเวลา 03.00 น.วันนี้ (26 มิ.ย.)  ว่า ไมเคิล แจ็คสัน ราชาเพลงป็อปชื่อก้องโลก ถูกนำส่งโรงพยาบาลยูซีแอลเอ ในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐฯ หลังหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเว็บไซต์บันเทิงชื่อดังของสหรัฐฯ ทีแซดเอ็ม (TZM) อ้างว่ามีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันออกมาว่า ซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลกวัย 50 ปีผู้นี้ ได้เสียชีวิตลงแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ส และเอเอฟพี ต่างรายงานตรงกัน ยืนยันว่า ไมเคิล แจ็คสัน ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยหัวใจหยุดเต้นขณะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แม้เจ้าหน้าที่แพทย์จะพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อ กระตุ้นหัวใจอย่างเต็มที่ก็ตาม เบื้องต้นรายงานว่าสาเหตุของการเสียชีวิตอาจเกิดจากเส้นเลือดหัวใจอุดตัน สำหรับไมเคิล แจ็คสัน อยู่ระหว่างการเตรียมหวนคืนเวทีคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบ 12 ปี [...]

Continue reading...

28. มิถุนายน 2009

0 Comments

น้ำผลไม้และเด็ก ควรให้น้ำผลไม้เมื่อไร

น้ำผลไม้และเด็กควรให้น้ำผลไม้เมื่อไร uwej3sgdm2 ที่จริงไม่มีข้อกำหนดอะไร ว่าเราจำเป็นจะต้องให้น้ำผลไม้แก่เด็กเมื่ออายุได้กี่เดือน เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่ ในน้ำนมแม่จะมีวิตามินซีอยู่แล้ว ไม่ต้องให้น้ำผลไม้ วิตามิน ก็เพียงพอ ส่วนเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัวถ้าให้วิตามินรวมทุกวันก็จะไม่ขาดวิตามิน หรือถึงแม้จะไม่ให้วิตามินเพิ่ม ถ้าเลี้ยงด้วยนมผงในนมก็มีวิตามินซีอยู่แล้ว ถึงจะถูกทำลายด้วยความร้อนไปบ้าง แต่จะไม่ทำให้เด็กขาดวิตามินซีจนถึงกับเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน และถ้าให้วิตามินรวมแก่เด็กทุกวัน น้ำผลไม้ก็ไม่จำเป็น ที่เราให้น้ำผลไม้แก่เด็ก ก็เพราะน้ำผลไม้นั้นอร่อย เวลาให้น้ำผลไม้หลังอาบน้ำ เด็กจะดูดทำเสียงจุ๊บ จุ๊บ จนหมด บางทีหมดแล้วยังดูดขวดเปล่าต่อไปอีก การให้น้ำผลไม้แก่เด็ก ทำให้เด็กรู้จักรสอร่อยของน้ำผลไม้ ทั้งยังเพิ่มวิตามินให้ด้วย ดังนั้นถ้าไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องการรักษาความสะอาด ควรให้น้ำผลไม้อร่อย ๆ แก่เด็ก เพราะความสุขส่วนใหญ่ของเด็กทารกในวัยนี้อยู่ที่ปาก นอกจากนี้เด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัวและท้องผูก น้ำผลไม้จะช่วยให้ถ่ายสะดวกขึ้น เด็กที่เคยถ่ายวันเว้นวัน เมื่อได้น้ำผลไม้อาจถ่ายทุกวันก็มี ดังนั้น เด็กที่ท้องผูกหรืออึแข็งควรให้น้ำผลไม้เร็วหน่อย แต่เด็กบางคนให้น้ำผลไม้แล้วท้องก็ไม่หายผูก และเด็กบางคนไม่ชอบน้ำผลไม้ก็มี (เหมือนกับที่ผู้ใหญ่บางคนไม่ชอบกินผลไม้)เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่มักจะอึบ่อยและเหลว เราจึงมักให้น้ำผลไม้ช้าเพราะกลัวว่าเด็กจะอึบ่อยขึ้น แต่เพื่อให้เด็กได้ชินกับหัวนมยาง ควรเริ่มให้น้ำผลไม้เมื่อเด็กอายุก่อน 2 เดือน โดยเริ่มให้แต่น้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้น เวลาที่ให้น้ำผลไม้ ควรให้เวลาที่เด็กคอแห้งหลังอาบน้ำ หรือหลังจากพาไปเดินเล่นข้างนอก แต่ถ้าคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลา จะให้ตามหลังนมก็ได้

Continue reading...

26. มิถุนายน 2009

0 Comments

ไมเคิล แจ๊คสัน KING OF POP

ไมเคิล แจ็คสัน KING OF POP’ คลิปการแสดงคอนเสริตของราชาเพลงป๊อป ไมเคิลแจ็คสัน ผู้ที่ลาโลกนี้ไปอย่างสงบ เรามาชมการแสดงความสามารถของผู้ชายคนนี้กันอีกครั้งนะค่ะ

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

ทารกและวิตามินซี

ทารกและวิตามินซี

ทารกและวิตามินซี จำเป็นต้องเพิ่มวิตามินให้หรือไม่?                     ปกติเด็กจะได้รับวิตามินจากแม่ตั้งแต่อยู่ในท้อง และจะสะสมไว้ในร่างกาย เมื่อเด็กคลอดออกมาจะมีวิตามินสะสมอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน แต่ถ้าแม่กินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ ทารกอาจขาดวิตามินบางชนิดและกลายเป็นโรคได้ ดังนั้นในระหว่างตั้งครรภ์ ถ้าแม่ไม่ได้กินวิตามินให้ครบถ้วน เด็กอาจสะสมวิตามินไว้ไม่พอ เราจึงให้วิตามินเพิ่มเพื่อเป็นการป้องกันโรคขาดวิตามินบางชนิด โดยเฉพาะเด็กที่คลอดไม่ครบกำหนด ตัวเล็ก และสะสมวิตามินไว้น้อย จำเป็นต้องให้วิตามินเพิ่ม           โดยเริ่มให้เมื่อเด็กอายุครบ 15 วันถ้าเด็กขาดวิตามินเอ จะเป็นโรคตา ดังที่ชาวบ้านเรียกว่า “เกล็ดกระดี่ขึ้นตา” ถ้าขาดมากอาจถึงตาบอดได้ วิตามินเอมักมีผสมอยู่ในนมผงและไม่ถูกทำลายเมื่อถูกความร้อน ในน้ำนมแม่ก็มีวิตามินเออยู่มาก (ประมาณ 200-500 หน่วยต่อ 100 ซี.ซี.) ดังนั้นไม่ต้องเพิ่มให้ก็ได้อย่าเลี้ยงลูกด้วยนมข้นหวานตั้งแต่แรกเกิด มีเด็กไทยจำนวนมากที่ตาบอดเพราะเหตุนี้ ถ้าเด็กขาดวิตามินบีหนึ่ง จะเป็นโรคเหน็บชา ดังนั้นแม่ควรกินอาหารที่มีวิตามินบีหนึ่งมาก เช่น เนื้อสัตว์ ข้าวซ้อมมือ เพื่อจะได้มีวิตามินบีหนึ่งในน้ำนมเพียงพอ                    สำหรับเด็กอ่อน การกินน้ำมันตับปลาจะแรงเกินไป และถ้าให้น้ำผลไม้อาจท้องเสียได้ง่าย ในรายที่จำเป็นต้องใช้วิตามิน ควรให้แพทย์แนะนำวิตามินรวมสำหรับเด็ก ส่วนมากจะมีวิตามินเอ ดี ซี บี และอื่น ๆ ตามปริมาณที่จำเป็นสำหรับทารก แต่คุณแม่ควรระวังอย่าให้ปริมาณวิตามินเอและดีมากเกินจำเป็น เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นถ้าจะให้วิตามินรวมแก่ทารก อย่าเพิ่มปริมาณให้ตามใจชอบเป็นอันขาด Join [...]

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

นมวัว นมuht คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัว

นมวัว นมuht คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัว

นมวัว นมuht คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมวัว                   ถ้าเด็กมีแรงดูดนมดี แต่เมื่อน้ำนมมีน้อยไม่ค่อยไหล พอแม่ให้นมวัวเพิ่ม เด็กจะดูดนมจากขวดอย่างหิวกระหายทีเดียว และถ้าคุณแม่ใช้วิธีให้นมวัวตามทุกครั้งที่ให้นมแม่ เด็กจะไม่ค่อยยอมดูดนมแม่ แต่จะคอยดูดนมจากขวดซึ่งดูดง่ายกว่า                   ไม่ว่าคุณจะให้ลูกกินนมแม่สลับกับนมผง หรือให้นมชงแต่อย่างเดียวก็ตาม เด็กจะดูดได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กอายุหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนเรามักจะให้นมประมาณ 100 ซี.ซี.ต่อครั้ง โดยใส่นมผง 3 ช้อนครึ่งถึง 4 ช้อน แต่พอเด็กอายุใกล้ครึ่งเดือนถ้าเด็กกินเก่ง นม 100 ซี.ซี.อาจไม่พอ                  เด็กบางคนเมื่อแรกเกิดน้ำหนักมากกว่า 3.5 กิโลกรัม พออายุได้ 10 วัน น้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบถึง 4 กิโลกรัม และให้นมถึง 150 ซี.ซี. ก็กินหมด แต่สำหรับเด็กอายุไม่ถึงครึ่งเดือนนั้น ไม่ควรให้นมแต่ละครั้งเกิน 120 ซี.ซี. เพื่อป้องกันเด็กอ้วนเกินไป เด็กบางคนซึ่งกินไม่เก่ง ชงนมให้ครั้งละ 100 ซี.ซี. จะดูดได้เพียง 70 ซี.ซี.เท่านั้น เด็กที่คลอดครบกำหนดแต่ตัวเล็กน้ำหนักเพียง 2.5 กิโลกรัม มักจะเป็นเด็กกินน้อยเช่นนี้                [...]

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

ทำอย่างไรถ้านมแม่ไม่พอ

ทำอย่างไรถ้านมแม่ไม่พอ

ทำอย่างไรถ้านมแม่ไม่พอ                   วิธีที่คนโบราณทำก็คือการขอนมคนอื่นมาให้ลูกกินแทนซึ่งในสมัยก่อน ถ้านมแม่ไม่พอเรามักจะหาแม่นมให้ลูก แต่ในปัจจุบัน แม่ส่วนใหญ่จะหันไปพึ่งนมวัวแทน เพราะการขอนมคนอื่นนั้นยุ่งยาก และคุณแม่เองก็คิดว่าเลี้ยงด้วยนมวัวดีกว่าเลี้ยงด้วยนมคนอื่นอันที่จริงแล้ว ทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน ควรได้รับการเลี้ยงด้วยนมคนจะดีที่สุด ในบางประเทศ จะมีการจ้างแม่นมประจำโรงพยาบาล ในบางประเทศ มีระบบรวบรวมนมแม่ที่เหลือจากบรรดาแม่ที่มีนมมากมารวมไว้ที่โรงพยาบาล เพื่อใช้เลี้ยงเด็กอ่อนที่แม่มีนมไม่พอหรือแม่ป่วยให้นมไม่ได้               สำหรับคุณแม่ที่มีน้ำนมไม่พอ และพอจะหาแม่นมได้ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมคนดีกว่านมวัว แต่คุณจะต้องแน่ใจว่าแม่นมไม่ได้ป่วยเป็นโรคติดต่อ เช่น วัณโรค หรือซิฟิลิส ในกรณีที่แม่นมมาให้นมที่บ้านคุณไม่ได้ และการพาเด็กอ่อนไปบ้านแม่นมวันละหลายครั้งเป็นเรื่องยุ่งยาก คุณอาจให้แม่นมรีดนมใส่ขวดนมที่สะอาดแล้วเอากลับมาบ้าน เมื่อถึงบ้านก็นึ่งฆ่าเชื้อโรคทั้งขวด                   แล้วเก็บไว้ในตู้เย็น เวลาต้องการจึงเอาออกมาอุ่นให้เด็ก การทำอย่างนี้วิตามินอาจเสียไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรนมคนก็ยังดีกว่านมวัวอยู่นั่นเอง สำหรับวิตามินที่ขาดไปเราสามารถให้วิตามินเพิ่มแก่เด็กได้

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

วิธีรีดนมแม่ น้ำนมของแม่

วิธีรีดนมแม่ น้ำนมของแม่                   สำหรับทารกไม่ครบกำหนดซึ่งต้องอยู่ในตู้อบและดูดนมแม่ไม่ได้นั้นแม่อาจให้นมได้โดยการรีดนมแม่ใส่ขวดให้ แต่ตามโรงพยาบาลทั่วไปมักไม่ทำเพราะยุ่งยาก ทั้ง ๆ ที่นมแม่จำเป็นสำหรับเด็กที่อ่อนแอยิ่งกว่าเด็กปกติเสียอีก และการให้นมแม่ยังช่วยกระตุ้นน้ำนมของแม่ไม่ให้แห้งไป เมื่อเด็กออกจากโรงพยาบาลจะได้เลี้ยงด้วยนมแม่ต่อไปได้ทันที                 การรีดนมแม่ใส่ขวดอาจทำได้โดยใช้ที่ปั๊มนม แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ ใช้มือรีด ก่อนทำการรีดนม แม่ต้องล้างมือทั้งสองข้างด้วยสบู่ให้สะอาดหมดจดเสียก่อน คุณจะนั่งบนพื้นหรือบนเก้าอี้ก็ได้ ใช้มือขวารีดเต้านมซ้ายและใช้มือซ้ายรีดเต้านมขวา การรีดนม ไม่ใช่การบีบนมออกจากหัวนม แต่รีดจากท่อน้ำนมซึ่งมีประมาณ 10 กว่าท่อ อยู่ใต้บริเวณขอบดำรอบหัวนม เมื่อบีบบริเวณนี้น้ำนมจะออกจากท่อ เมื่อในท่อไม่มีน้ำนม น้ำนมจะไหลเข้ามาแทนที่จากต่อมน้ำนมจนเต็ม                   วิธีรีดนม ใช้นิ้วโป้งวางลงบนด้านบนของเต้านมบริเวณขอบสีดำอีกสี่นิ้ววางลงบนด้านล่างในลักษณะคีบเต้านมเข้าหาตัว แล้วดึงออกมาในขณะที่นิ้วทั้งห้าบีบรูดบริเวณขอบดำรอบหัวนม วิธีรีดนมแม่ น้ำนมของแม่ Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

เด็กวัย1สัปดาห์ถึง15วัน

เด็กวัย1สัปดาห์ถึง15วัน ลักษณะของเด็กวัย1สัปดาห์ถึง15วัน                        หน้าที่ดูแลทารกในระยะหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนี้ ส่วนใหญ่คงเป็นหน้าที่ของคุณย่าคุณยายหรือผู้ช่วยคนอื่น เพราะตัวคุณแม่ยังไม่ค่อยแข็งแรงพอที่จะดูแลทารกด้วยตนเอง แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีใครอื่นเลย นอกจากเด็กรับใช้ซึ่งไม่ประสีประสาในเรื่องเลี้ยงเด็ก จึงต้องดูแลลูกด้วยตนเอง คุณควรวางมือจากงานอื่นให้หมด ถึงบ้านจะไม่สะอาดหรืออาหารจะไม่อร่อยสักสองสามอาทิตย์ก็ทนเอาหน่อย เพราะงานดูแลทารกอย่างเดียวก็หนักอยู่แล้ว และถ้าคุณเหนื่อยเกินไปจะมีผลทำให้มีน้ำนมน้อยลง สำหรับคุณแม่ที่โชคดีมีคุณย่าหรือคุณยายช่วยเลี้ยงให้ ถ้าคุณย่าคุณยายเลี้ยงเด็กไม่ตรงตามตำราที่คุณเคยอ่าน ก็ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลจนเกินไป เพราะวิธีเลี้ยงเด็กมีหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงตามตำราเล่มใดเล่มหนึ่งเสมอไป                         ทารกในระยะหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนี้ จะนอนเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ไม่มีข้อกำหนดว่าเด็กอายุเท่านี้จะต้องนอนเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงให้ปล่อยไปตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน                          จำนวนครั้งที่ปัสสาวะก็เช่นเดียวกัน เด็กบางคนฉี่วันละ 5-6 ครั้ง บางคนวันละ 10 ครั้งก็มี แม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกังวลเรื่องลูกจะฉี่กี่ครั้ง แต่พอถึงเรื่องอึแล้วมักจะวิตกกังวล พอลูกอึหลายครั้งหน่อยก็เกรงว่าท้องจะเสีย เด็กบางคนอาจจะอึวันละครั้ง บางคนอาจจะอึทุกครั้งที่ฉี่ก็มี โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่จะอึบ่อย และอึมักจะเหลวติดผ้าอ้อมไม่เป็นรูปเป็นร่าง มีกลิ่นเปรี้ยว สีเหลืองก็มี สีเขียวก็มี ซึ่งถือว่าเป็นปกติไม่มีปัญหาอะไร แต่ส่วนใหญ่เด็กที่กินนมแล้วอึ มักจะมีอึสีเหลืองกินนมกี่ครั้งก็อึเท่านั้นครั้งพอ ๆ กัน ในระยะสัปดาห์แรก น้ำหนักของทารกมักไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปกติธรรมชาติของทารกแรกเกิดซึ่งยังดูดนมได้ไม่มาก แต่น้ำหนักของทารกจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุเกินหนึ่งสัปดาห์ไปแล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของทารกเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อไปแต่มีบางรายซึ่งทางด้านคุณลูกพร้อมแล้ว แต่ทางคุณแม่ยังไม่พร้อม น้ำนมยังไม่ค่อยไหล ลูกได้รับนมน้อย น้ำหนักจึงไม่ค่อยเพิ่มดังนั้นการที่น้ำหนักของทารกไม่ค่อยเพิ่มในช่วงอายุหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะน้ำนมแม่ยังไม่ค่อยไหล ถ้าเปลี่ยนไปให้นมผสม น้ำหนักเด็กจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่คุณแม่จะต้องเข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงเด็กไม่ใช่การเพิ่มน้ำหนักเด็ก และไม่มีอาหารชนิดใดจะประเสริฐสำหรับลูกเท่ากับน้ำนมแม่ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่จะต้องพยายามคือ [...]

Continue reading...

3. มิถุนายน 2009

0 Comments

ช่วงเวลาในการให้นมลูก

ช่วงเวลาในการให้นมลูก

ช่วงเวลาในการให้นมลูก                สำหรับเรื่องช่วงเวลาให้นม ควรห่าง 2 ชั่วโมงดีหรือ 3 ชั่วโมงดีนั้น 3 ชั่วโมงย่อมดีกว่า 2 ชั่วโมงแน่ เพราะคุณแม่จะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น แต่ในระยะนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ พยายามเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ ไม่ว่าช่วงเวลาให้นมจะห่างเพียง 2 ชั่วโมงหรือต่ำกว่านั้นก็ตาม คุณไม่ควรเอาช่วงเวลาให้นมเป็นมาตรฐานในการตัดสินว่าเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีหรือไม่ เช่นถ้าช่วงเวลาให้นมห่างไม่ถึง 3 ชั่วโมง ก็เลยเลิกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง                 การไหลของนมแม่ในระยะนี้ยังไม่สม่ำเสมอ บางเวลาน้ำนมไหลดี ลูกกินนมได้เต็มอิ่มจึงทิ้งช่วงนาน บางเวลาน้ำนมไม่ค่อยไหล ลูกจะหิวเร็ว ดังนั้นบางครั้งเด็กจะนอนถึง 4 ชั่วโมง บางครั้งเพียง 2 ชั่วโมงก็ร้องหิวอีกแล้ว ช่วงเวลาให้นมไม่จำเป็นต้องห่างเท่ากันทุกครั้ง ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...
See more articles in the archive