เด็กวัย1สัปดาห์ถึง15วัน
ลักษณะของเด็กวัย1สัปดาห์ถึง15วัน
หน้าที่ดูแลทารกในระยะหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนี้ ส่วนใหญ่คงเป็นหน้าที่ของคุณย่าคุณยายหรือผู้ช่วยคนอื่น เพราะตัวคุณแม่ยังไม่ค่อยแข็งแรงพอที่จะดูแลทารกด้วยตนเอง แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีใครอื่นเลย นอกจากเด็กรับใช้ซึ่งไม่ประสีประสาในเรื่องเลี้ยงเด็ก จึงต้องดูแลลูกด้วยตนเอง คุณควรวางมือจากงานอื่นให้หมด ถึงบ้านจะไม่สะอาดหรืออาหารจะไม่อร่อยสักสองสามอาทิตย์ก็ทนเอาหน่อย เพราะงานดูแลทารกอย่างเดียวก็หนักอยู่แล้ว และถ้าคุณเหนื่อยเกินไปจะมีผลทำให้มีน้ำนมน้อยลง สำหรับคุณแม่ที่โชคดีมีคุณย่าหรือคุณยายช่วยเลี้ยงให้ ถ้าคุณย่าคุณยายเลี้ยงเด็กไม่ตรงตามตำราที่คุณเคยอ่าน ก็ไม่ต้องเป็นห่วงกังวลจนเกินไป เพราะวิธีเลี้ยงเด็กมีหลายวิธี ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงตามตำราเล่มใดเล่มหนึ่งเสมอไป
ทารกในระยะหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนี้ จะนอนเป็นส่วนใหญ่แต่ก็ไม่มีข้อกำหนดว่าเด็กอายุเท่านี้จะต้องนอนเท่านั้นเท่านี้ชั่วโมงให้ปล่อยไปตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน
จำนวนครั้งที่ปัสสาวะก็เช่นเดียวกัน เด็กบางคนฉี่วันละ 5-6 ครั้ง บางคนวันละ 10 ครั้งก็มี แม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยกังวลเรื่องลูกจะฉี่กี่ครั้ง แต่พอถึงเรื่องอึแล้วมักจะวิตกกังวล พอลูกอึหลายครั้งหน่อยก็เกรงว่าท้องจะเสีย เด็กบางคนอาจจะอึวันละครั้ง บางคนอาจจะอึทุกครั้งที่ฉี่ก็มี โดยเฉพาะเด็กที่กินนมแม่จะอึบ่อย และอึมักจะเหลวติดผ้าอ้อมไม่เป็นรูปเป็นร่าง มีกลิ่นเปรี้ยว สีเหลืองก็มี สีเขียวก็มี ซึ่งถือว่าเป็นปกติไม่มีปัญหาอะไร แต่ส่วนใหญ่เด็กที่กินนมแล้วอึ มักจะมีอึสีเหลืองกินนมกี่ครั้งก็อึเท่านั้นครั้งพอ ๆ กัน
ในระยะสัปดาห์แรก น้ำหนักของทารกมักไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปกติธรรมชาติของทารกแรกเกิดซึ่งยังดูดนมได้ไม่มาก แต่น้ำหนักของทารกจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออายุเกินหนึ่งสัปดาห์ไปแล้ว เพราะการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของทารกเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อไป
แต่มีบางรายซึ่งทางด้านคุณลูกพร้อมแล้ว แต่ทางคุณแม่ยังไม่พร้อม น้ำนมยังไม่ค่อยไหล ลูกได้รับนมน้อย น้ำหนักจึงไม่ค่อยเพิ่มดังนั้นการที่น้ำหนักของทารกไม่ค่อยเพิ่มในช่วงอายุหนึ่งสัปดาห์ถึงครึ่งเดือนนั้น ส่วนใหญ่เป็นเพราะน้ำนมแม่ยังไม่ค่อยไหล ถ้าเปลี่ยนไปให้นมผสม น้ำหนักเด็กจะเพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่คุณแม่จะต้องเข้าใจว่าวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงเด็กไม่ใช่การเพิ่มน้ำหนักเด็ก และไม่มีอาหารชนิดใดจะประเสริฐสำหรับลูกเท่ากับน้ำนมแม่ เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่จะต้องพยายามคือ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้ ถึงแม้น้ำหนักเด็กจะไม่ค่อยเพิ่มในช่วงแรกก็ควรพยายามต่อไป
สำหรับคุณแม่ที่น้ำนมน้อยตั้งแต่นอนอยู่โรงพยาบาล และนางพยาบาลไม่มีเวลาคอยให้นมแม่คัดจึงให้นมวัวเพิ่มมาตลอด เมื่อกลับบ้านแล้วคุณก็ยังไม่หมดโอกาสเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ล้วน ๆ เสียทีเดียว ควรพยายามถึงครึ่งเดือน ถึงแม้ว่าน้ำหนักเด็กจะเพิ่มเฉลี่ยน้อยกว่าวันละ 35 กรัม ถ้าเด็กไม่ร้องกวนจนคุณแม่ทนไม่ไหวละก็ ขอให้คุณแม่พยายามเลี้ยงด้วยนมแม่ต่อไป
แต่ถ้าคุณแม่พยายามเต็มที่แล้ว น้ำหนักลูกเพิ่มไม่ถึงวันละ 20 กรัม คุณควรให้นมวัวเพิ่ม
ในบางราย น้ำนมคุณแม่ไหลดี แต่เด็กกลับไม่ค่อยยอมดูด ดูดนมได้ 5-6 นาที ก็เลิกดูดหรือหลับไปเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของเด็กเอง คุณไม่ควรปลุกลูกทั้ง ๆ ที่นอนหลับสบายเพราะเห็นว่าดูดนมน้อยไปควรปล่อยให้นอนเพราะเด็กหิวเมื่อไรก็จะร้องเอง เด็กที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะกำหนดเวลาให้นมลูกทุก 3 ชั่วโมงเหมือนเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัวไม่ได้
นอกจากนิสัยเด็กจะแตกต่างกันในเรื่องการกิน การนอน การขับถ่ายแล้ว เด็กแต่ละคนยังแตกต่างกันในเรื่องอื่น ๆ อีก เด็กบางคนเปลี่ยนผ้าอ้อมทำความสะอาดให้ทุกครั้งที่ถ่ายก็ไม่วายก้นแดง บางคนสะดือหลุดแล้วก็ยังแฉะอยู่ไม่ยอมแห้ง ต้องเช็ดเสียหน่อยเวลาอาบน้ำเสร็จ เด็กบางคนสะอึกบ่อย บางคนชอบออกแรงเบ่งจนหน้าแดง บางคนพอกินนมเสร็จสัก 2-3 นาที หรือ 20 นาที ก็จะแหวะออกมาแล้วจึงนอนหลับสบาย เด็กบางคนเวลาดูดนมจะรีบร้อนจนสำลัก บางคนเป็นไขที่หัว บางคนมีตุ่มคล้าย ๆ สิวที่หน้า ซึ่งถ้าไม่มากก็หายไปได้เอง
เด็กอายุเท่านี้ ถ้าลองเอามือบีบจมูกแกจะเริ่มฮึดฮัดขัดขืน และสำหรับเด็กที่ตอนคลอดเอาขาออกมาก่อน ระยะนี้คุณแม่อาจสังเกตเห็นว่าคอข้างซ้ายหรือขวามีก้อนแข็ง ๆ และเด็กมักจะนอนเอียงศีรษะไปข้างเดียว ก้อนนี้เกิดจากเลือดออกคั่งอยู่ในกล้ามเนื้อ ควรนำเด็กไปให้หมอตรวจเป็นระยะ ๆ


Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.