RSS

Archive | ศาสนา ธรรมะ RSS feed for this section

พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดม่วง อ.วิเศษฯ จ.อ่างทอง

26. กุมภาพันธ์ 2010

0 Comments

พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดม่วง อ.วิเศษฯ จ.อ่างทอง

พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัดม่วง อ.วิเศษฯ จ.อ่างทอง วัดม่วง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๖ ตำบลหัวตะพาน อยู่ห่างจากอำเภอเมือง ประมาณ ๘ กิโลเมตร ไปตามเส้นทางสายอ่างทอง-วิเศษชัยชาญ (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๕) กิโลเมตรที่ ๒๙ เข้าไป ๑ กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ ภายในวัดมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น พระอุโบสถ ล้อมรอบด้วยกลีบบัวสีชมพู ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วิหารแก้ว ชั้นล่าง เป็นพิพิธภัณฑ์วัตถุมงคลและวัตถุโบราณ เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ น. ภายในมีรูปปั้นเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ ชั้นบน ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เนื้อเงินแท้ องค์แรกองค์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อเป็นเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสที่ครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี บริเวณวัดมีรูปปั้นแสดง แดนนรก แดนสวรรค์ แดนเทพเจ้าไทย และแดนเทพเจ้าจีน ซึ่งมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทย-พม่า ที่เมืองวิเศษชัยชาญ ด้านหลังมีวังมัจฉา และสามารถ หาซื้อผลิตภัณฑ์ของดีเมืองอ่างทองได้      เครดิต:www.jabchai.com           :www.wat-muang.com/index.php

Continue reading...

บุญข้าวจี่วัดไชยศรีโมเดล

25. กุมภาพันธ์ 2009

0 Comments

เมื่อวันที่ 9 - 10 กุมภาพันธ์ 52 ที่ผ่านมา มีโอกาสไปร่วมงาน บุญข้าวจี่ ที่วัดไชยศรี ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งวัดแห่งนี้ได้จัดงานเพื่อสืบสานประเพณีบุญข้าวจี่ของชาวอีสานเอาไว้ เกรงว่าจะสูญหาย เพราะทุกวันนี้ หาจังหวัดไหนจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่แบบเต็มรูปแบบยากมาก เพราะจะเหลือให้เห็นเพียง แม่ค้า พ่อค้า ขายข้าวจี่ในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นเอง โดยในงานมีกิจกรรมมากมาย ทั้งการเสวนา จะพาข้าวจี่ของอีสานโกอินเตอร์ไปขายเมืองนอก เพราะมองดูแล้วหลักการน่าจะไม่แตกต่างจาก “โดโซะ” ข้าวอบกรอบของญี่ปุ่น โดยมีการระดมสมองกันของนักวิชาการ จากคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปราชญ์ชาวบ้าน พระ และนักเรียน พร้อมครู แต่จนแล้วจนรอดทุกคนต่างบอกว่า เอาให้ข้าวจี่มันได้รับความนิยมในเมืองไทยเสียก่อน ก่อนจะคิดโกอินเตอร์ นอกจากนั้นยังมีซุ้มกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อมาร่วมออกซุ้ม สืบสานวัฒนธรรม และจัดกิจกรรมดีๆ ให้เด็กๆ ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองได้ร่วมสนุกด้วย โดยสโมสรฯของเราก็ไปร่วมออกซุ้มด้วย คือซุ้มขนมปังแฟนซี ด้วยการเอาขนมปังปอนด์ ไปให้เด็กวาดลวดลาย ด้วยการใช้แยม สารพัดสีและรส ให้เด็ก ราดได้ตามใจชอบ ใครทำแล้วสวย มีหนังสือนิทานดีๆ พร้อมสมุดระบายสีของวอลดีสนีย์ แจกให้ด้วย [...]

Continue reading...

ผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้ติดเอดส์

27. มกราคม 2009

0 Comments

เรื่องเล่าผู้ติดเชื้อเอดส์ ผู้ติดเอดส์ ความสุขทุกวินาทีของ…..แก้ว แม้เวลาของเราบนโลกจะเหลือแค่สิวินาที แต่ก็สามารถเป็นสิบวินาทีที่มีความสุขได้ 1)? เติมพลังชีวิตด้วยการทำทุกวินาทีให้ดีที่สุด : 7 ปีของการเป็นผู้ติดเชื้อ HIV เราไม่เคยกลัวกับความตาย เพราะมองความตายว่าเหมือนเราได้เปลี่ยนบ้าน แต่เมื่อยังมีลมหายใจก็ต้องสร้างความสุข และความภูมิใจกับตัวเองให้ได้ ตั้งแต่นั้นเราให้เวลากับการทำงานอาสาสมัคร ทั้งดูแลเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ เป็นวิทยากรบรรยายตามโรงเรียน แม้บางวันเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่เวลาได้เห็นแววตาของคนที่ท้อแท้ กำลังจะฆ่าตัวตาย แล้ววันรุ่งขึ้นเขากลับไปด้วยรอยยิ้ม มีความหวังในชีวิต ทำให้หัวใจฟูขึ้นทันที 2)? สุขแท้จริงอยู่บนวิถีชีวิตที่เรียบง่าย : ประโยคนี้เคยค้านหัวชนฝา เพราะก่อนหน้านั้นเราเป็นสาวออฟฟิศที่หลงใหลในวัตถุนิยม แต่พอกลายเป็นผู้ป่วยติดเชื้อ ทุกอย่างสูญสลาย หมอเคยประมาณไว้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี ถึงวันนี้ก็อยู่มา 7 ปีแล้วอย่างมความสุขและไม่ลำบากแม้ไม่มีแฟน ไม่มีงานประจำ มีเงินเดือนน้อยมาก แต่รู้สึกว่ามีความสุขกว่าตอนยังแข็งแรงด้วยซ้ำ เพราะเราพยายามทำทุกวันที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด แล้วเชื่อเถอะว่าสิ่งใกล้ตัว และความเรียบง่ายสามารถสร้างสุขให้ได้จริงๆ 3)? ยิ้มให้กับความสำเร็จเล็ก ๆ รอบตัว : ตอนเด็กฝันอยากแบกเป้เดินทางรอบโลก ทั้งๆที่เป็นคนขี้กลัวมาก แต่เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ก็พยายามเอาชนะความกลัว ตัดสินใจแบกเป้ออกเดินทางขึ้นเหนือคนเดียว หลงทางบ้าง โดยหลอกบ้าง แต่พอจบทริปรู้สึกภูมิใจ และมั่นใจว่าเรามีศักยภาพในตัวเอง ย้อนนึกทีไรก็ทำให้อารมณ์ดี ไม่เครียด [...]

Continue reading...

พระพุทธสิหิงค์

25. มกราคม 2009

0 Comments

พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาช้านาน? ชาวนครศรีธรรมราชเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้? คือ? พระพุทธสิหิงค์องค์ที่ปรากฏเรื่องราวตาม? “สิหิงคนิทาน” หรือตำนานของพระพุทธสิหิงค์ เนื่องจากมีความที่ระบุเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ เมืองนครศรีธรรมราชอยู่? กล่าวคือ? พ่อขุนรามคำแหงแห่งกรุงสุโขทัย ได้ทรงทราบกิติศัพท์เกี่ยวกับพระพุทธสิหิงค์? จึงโปรดให้พระยานครศรีธรรมราชแต่งทูตอัญเชิญพระราชสาสน์น? ไปขอประทานพระพุทธสิหิงค์จากกษัตริย์ลังกา ซึ่งพระเจ้ากรุงลังกาก็ถวายให้สมพระราชประสงค์ จึงได้มีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์เข้ามายังดินแดนไทย โดยผ่านทางนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเมืองที่มีการติดต่อสัมพันธ์อยู่กับลังกาอย่างใกล้ชิด? ตามตำนานนั้นว่าพ่อขุนรามคำแหงเสด็จไปรับพระพุทธสิหิงค์ถึงยังนครศรีธรรมราชด้วยพระองค์เอง Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคนนครศรีธรรมราช

25. มกราคม 2009

0 Comments

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคนนครศรีธรรมราช

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคนนครศรีธรรมราช ??? ?พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ??? ?ศาลหลักเมือง ??? ?พระพุทธสิหิงค์ ??? ?ท้าวขัตตุคาม-รามเทพ (ท้าวจตุคาม รามเทพ) ??? ?หอพระอิศวร ??? ?หอพระนารายณ์ ??? ?หอพระสูง Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

บทสวดมนต์ บทสวดด้าน

24. มกราคม 2009

0 Comments

บทสวดมนต์ บทสวดด้าน บทสวด การสวดด้าน เนื่องจากการสวดด้าน กระทำกันทุกด้านของพระระเบียง? ดังนั้นผู้สวดด้านต้องพยายามแสดงความสามารถในการสวดสูงส่งมาก? เพราะหากสวดไม่เป็นที่น่าพอใจผู้ฟังที่จะทยอยกันไปฟังด้านอื่น ๆ ทีละคนสองคน? จนหมดสิ้นก็ได้? ผู้สวดแต่ละคนจึงต้องแสดงความสามารถเพื่อแข่งขันกันอยู่ในทีด้วย จะขอยกตอนต้น? อันเป็นบทไหว้ครู? ของหนังสือเรื่องสุบิน? ของกวีเก่าชาวนคร ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุดของผู้ฟังสวดด้าน? และเป็นแบบเรียนของชาวนครมาแต่เดิม? มาลงไว้พอให้เห็นตัวอย่างดังต่อไปนี้ ?ข้าขอถวายบังคม?? ??? ??? ?ยอดประนมขึ้นเหนือเศียร ต่างดอกประทุมเทียน?? ??? ??? ?บริสุทธิบูชา วรบาทพุทธกงจักร?? ??? ??? ?และลายลักษณ์ทั้งซ้ายขวา ประเสริฐงามโสภา?? ??? ??? ??? ?ยิ่งกว่าเขียนด้วยน้ำทอง วรบาทพระชินสีห์?? ??? ??? ?สร้างบารมีมากก่ายกอง หวังจะโปรดสัตว์ทั้งผอง?? ??? ??? ?ให้จากโทษและโพยภัย ขอนบพระปิฏกสัจจธรรม?? ??? ?อันลึกล้ำพ้นอุปมัย พระสูตรพระวินัย?? ??? ??? ??? ?พระปรมัตถ์มากเหลือตรา? ตอนเริ่มเนื้อเรื่อง? มีใจความว่า ?ปางโพ้นโพธิสัตว์?? ??? ?องค์หนึ่งสันทัด?? ??? ?ธนูศรศรี กล้าหาญชาญณรงค์?? ??? ?ทรงอิทธิฤทธี?? ??? ?ครองเมืองสาวัตถี เป็นเอกกรุงไกร มีบาทบริจา?? ??? ?รูปโฉมโสภา?? ??? ?สิบห้าปีใหม่ ผิวเนื้อเหลือขมิ้น?? ??? [...]

Continue reading...

ท่องเที่ยวนครศรีฯ วัดสวนขัน พระมหาธาตุวรมหาวิหาร

21. มกราคม 2009

0 Comments

ท่องเที่ยวนครศรีฯ วัดสวนขัน พระมหาธาตุวรมหาวิหาร

ท่องเที่ยวนครศรีฯ วัดสวนขัน พระมหาธาตุวรมหาวิหาร พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ที่วัดพระธาตุวรมหาวิหาร จังหวัด นครศรีธรรมราช นอกจากจะมีพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในวัดพระธาตุวรมหาวิหาร แล้วก็ยังมี อีกที่ๆสามารถไปกราบไหว้ได้คือ อยู่ภายในวัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ก่อนที่จะเดินทางต่อไปนมัสการพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ประวัติวัดสวนขัน วัดสวนขันเป็นวัดราษฎร์ เดิมตั้งอยู่ที่ วัดราษฎร์บำรุง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกวัดคุดด้วน เพราะตั้งอยู่ริมฝั่งคลองคุดด้วน มีพระปลัดคงเป็นเจ้าอาวาส แต่ที่ตั้งเป็นที่ไม่เหมาะบางประการ เนื่องจากฤดูน้ำก็ถูกน้ำท่วมบ่อยๆและสถานที่คับแคบ จึงทำการย้ายวัดขึ้นไปทางเหนือของคลองคุดด้วน สร้างวัดขึ้นมาใหม่ใน ป่าไม้ขันอันเป็นที่สวนของอุบาสกผู้มีศรัทธาถวายให้วัด และพร้อมใจกันตั้งชื่อวัดว่า วัดสวนขัน วัดสวนขันปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ตำบลสวนขัน กิ่งอำเภอช้างกลาง จ.นครศรีฯ พระปลัดคงได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก พระปลัดคงเป็นลูกศิษย์ของพระครูกราย ต่อมาลาสิกขาบทพระครูกรายเสนอพ่อท่านคล้ายให้เป็นพ่อท่านคล้าย ตลอดมาเป็นเวลา65ปี จนถึงวันมรณะภาพ Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

พระพุทธสิหิงค์ พิธีแห่พระพุทธรูปบูชา

19. มกราคม 2009

0 Comments

พระพุทธสิหิงค์ พิธีแห่พระพุทธรูปบูชา

พิธีแห่พระพุทธรูปพระพุทธสิหิงค์ - พระพุทธสิหิงค์ พิธีแห่พระพุทธรูปบูชา ในวันนี้ชาวนครจะทำพิธีแห่พระพุทธรูปพระพุทธสิหิงค์ อันเป็นพระพุทธรูปคู่เมือง โดยการอัญเชิญจากหอพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งอยู่บริเวณศาลากลางจังหวัด ขึ้นบุษบกที่ประดับประดาอย่างสวยงามแห่งแหนไปตามถนนสายต่าง ๆ ทั่วทั้งตัวเมือง โดยมีเทพีสงกรานต์และขบวนแห่ที่ พรั่งพร้อมไปด้วยธงทิวและดนตรีประเภทต่าง ๆ ร่วมขบวนด้วย เมื่อแห่แหนจนทั่ว แล้วก็อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานที่สนามหน้าเมือง เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชาสรงน้ำประจำปี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชนสืบไป วันเนาคือ วันที่? ๑๔? เมษายน ซึ่งชาวเมืองนครเรียกว่าวันว่างนั้น ตามความเชื่อแต่เดิมมีมาว่า วันนี้เป็นวันที่เทวดาที่จากเมืองต่าง ๆ ไปตั่งแต่วันที่? ๑๓ เมษายน จะสถิตอยู่บนสวรรค์โดยพร้อมเพรียงกันหมด เป็นอันว่าทางโลกมนุษย์ก็จะไม่มีเทวดาเหลืออยู่เลย จึงเป็นวันว่างหรือปราศจากเทวดา เรียกวันนี้ว่า ?วันว่าง? วันว่าง ในวันนี้เทวดาจากเมืองต่าง ๆ ก็จะเข้าประชุมเทวะสมาคมเพื่อรายงานผลงาน และความเป็นไปในรอบปีของเมืองที่ตนลงมารักษาอยู่ว่า ประชาชนทุกข์อย่างไรบ้าง ประชาชนทำความดีความชั่วอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อเทวะสมาคมจะได้พิจารณาขจัดทุกข์โศก โรคภัยให้หมดไปจากมนุษยโลก และท้ายที่สุดเทวะสมาคมก็จะพิจารณาโยกย้าย เทวดาผู้รักษาเมืองโดยสับเปลี่ยน ที่ต้องไปรักษากันเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น มีการขับกล่อมและการรื่นเริงต่าง ๆ ครบถ้วน ในวันนี้ชาวนครทุกคนยุติกิจการงานอาชีพทุกอย่าง เพราะถือว่าวันนี้ไม่มีเทวดาคุ้มครองรักษาทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยู่ในสภาพที่ว่าง สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เก็บหมด สากและครกที่ตำข้าวก็แช่น้ำเพื่อจะได้พักผ่อนอย่างสบาย บางคราวก็เอาด้ายสีต่าง ๆ [...]

Continue reading...

สะเดาะเคราะห์ การสะเดาะเคราะห์ ทำบุญสะเดาะเคราะห์

19. มกราคม 2009

0 Comments

สะเดาะเคราะห์ การสะเดาะเคราะห์ ทำบุญสะเดาะเคราะห์

สะเดาะเคราะห์ การสะเดาะเคราะห์ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ ขั้นตอนการประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ ขั้นตอนการประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ หรือ การลอยเคราะห์กระทำกันอย่างง่าย ๆ คือ เอาหยวกกล้วยมาตัดเป็นท่อน ๆ แล้วทำแพโดยใช้ไม้เสียบ แล้วเอากระทงที่ใส่อาหารต่าง ๆ หมากพลู ธูปเทียนดอกไม้มาวางบนแพปักธงรอบ ๆ แพนั้น บางคนก็ตัดผมตัดเล็บและใส่สตางค์ลงไปในแพ จากนั้นก็เอาแพลงลอยในน้ำอธิษฐานให้เคราะห์กรรมทั้งหลายที่ตนประสบ ปีก่อนลอย ไปกับกระแสน้ำ เพื่อให้เจ้าเมืองเก่ารับเอาไปเสียด้วย ขอความสวัสดีจงได้มาหาตนและครอบครัวตลอดปีใหม่ นอกจากนี้ชาวนครยังนิยมฝากเคราะห์ไปกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ โดยการจับสัตว์มาประพรมเครื่องหอมแล้วอธิษฐานฝากเคราะห์ แล้วปล่อยตัวสัตว์ไป สะเดาะห์เคราะห์ เป็นเรื่องของความเชื่อ หากทำแล้วสบายใจก็ควรทำค่ะ สะเดาะเคราะห์ การสะเดาะเคราะห์ ทำบุญสะเดาะเคราะห์ Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

ชาวจีนในภูเก็ต ชาวไทยเชื้อสายจีนกับศาลเจ้าต่องย่องสู

17. มกราคม 2009

0 Comments

ชาวจีนในภูเก็ต ชาวไทยเชื้อสายจีนกับศาลเจ้าต่องย่องสู

ชาวจีนในภูเก็ต ชาวไทยเชื้อสายจีนกับศาลเจ้าต่องย่องสู ศาลเจ้าต่องย่องสู อนุสรณ์อั้งยี่ของชาวเหมือง จากเหตุการณ์อั้งยี่งปุนเถ้าก๋งที่กะทู้ ถูกอั้งยี่เกี้ยนเต็กหลอกมามอบเหล้า และฆ่าจุดไฟเผาทั้งเป็นในวัน ?หลักโง้ยจั๊บชิด? ตรงกับวัน 17 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจีนครั้งนั้น ชาวจีนบ้านกะทู่รุ่นหลังได้ฝันว่าวิญญาณผู้ตายเหล่านั้น พากันมาร้องขอที่ อยู่อาศัย จึงได้ร่วมใจกันจัดหาที่ดินในบริเวณหมู่ 4 ตำบลกะทู้ สร้างเป็นศาลเจ้าขึ้น เพื่อให้เป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณ โดยทำซินจู้หรือแผ่นป้ายชื่อผู้ตายในคราวนั้น ตั้งไว้ในศาลแทนรูปเทพเจ้าต่าง ๆ พร้อมกับขนานนามศาลแห่ง นี้ว่า ?ศาลเจ้าต่องย่องสู? อันมีความหมายถึงศาลข้าวของผู้กล้าหาญ ที่มีความเชื่อครอง และซี่อสัตย์ เป็นผู้คุ้มครองหมู่บ้านทุกปีในวัน 17 ค่ำ เดือน 6 (จีน) อันตรงกับวันแห่งการสูญเสีย ชาวบ้านกะทู้และชาวจีนในภูเก็ต จะพากันมาเซ่นไหว้ดวงวิญญาณที่ศาลแห่งนี้ Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

ประวัติศาลเจ้า วัดศาลเจ้าพ่อพระแทว

17. มกราคม 2009

0 Comments

ประวัติศาลเจ้า วัดศาลเจ้าพ่อพระแทว ศาลเจ้าพ่อพระแทว หนึ่งในเจ้าที่เมืองภูเก็ต ศาลเจ้าพ่อพระแทวหรือโต๊ะพระแทว ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต บริเวณน้ำตกโตนไทรในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว อำเภอถลาง ประวัติ เล่าว่า โต๊ะพระแทว ซึ่งเป็นน้องสุดท้องของพี่น้องมุสลิมสามคนภายหลัง หันมาเลื่อมใสพระพุทธศาสนาเมื่อแก่เฒ่าจึงได้บวช ชาวบ้านเลยเรียกว่า พ่อท่านพระแทว ท่านมีทหารคู่ใจห้าคน คือ ทหารเสือ ทหารใบ้ ทหารซ้าย ทหารขวา และพระยายอดน้ำซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายนักเลง ดังนั้นบริเวณที่ตั้งศาลใกล้น้ำตกโตนไทร จึงมีศาลตั้งอยู่ด้วยกันสองหลัง โดยด้านหน้าเป็นศาลที่ประดิษฐานของพ่อท่านพระแทว ส่วนด้านหลังเป็นศาลของเหล่าทหารคู่ใจทั้งห้า ภายในศาลทั้งสองมีที่นอนขนาดจิ๋วที่ผู้ศรัทธาทำมาถวายครบทุกตน ศาลทั้งสองนี้เดิมตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทางขวามือของทางเข้าน้ำตก?? ?ในปี พ.ศ. 2532 ได้ย้ายมาตั้งอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน ทุกปีในวันที่ 1 เมษายน กำหนดให้มีการเซ่นไหว้ ซึ่งผู้มาร่วมพิธีส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านคนไทย มีชาวมุสลิมเป็นส่วนน้อย ในวันพิธีนอกจากมีการประทับทรงเจ้าพ่อแล้ว ยังมีการเซ่นไหว้ ซึ่งเครื่องเซ่นที่ขาดไม่ได้ก็คือ ข้าวเหนียงเหลืองไก่ปิ้งกับปลาย่างที่มีหัวหางครบถ้วน และที่สำคัญห้ามใช้หมูมาเซ่นเด็ดขาด ระหว่างทำพิธีที่ด้านหน้าศาล มีเสาธงขาวแดงติดสลับกันด้วย รูปแบบการเซ่นไหว้โต๊ะแซะและโต๊ะพระแทว สำหรับรูปแบบที่ใช้ในการเซ่นไหว้ พระแทว จะ มีการบ่งบอกถึงการผสมผสานทาง ความเชื่อระหว่างชาวมุสลิมกับชนกลุ่มอื่น และที่ลึกยิ่งกว่านั้น ยังแสดงให้เห็นว่าความเชื่อความศรัทธาเป็นเรื่องไร้พรหมแดน ผู้คนที่แตกต่างกันทางวัฒนธรรม และความเชื่อนั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้ หาก เขานับถือและศรัทธาซึ่งกันและกัน ดังปรากฏชัดแจ้งในสังคมชุมชนภูเก็ตที่มีความหลายหลายของกลุ่มคน ประวัติศาลเจ้า [...]

Continue reading...

ตำนานไทย เปิดตำนาน นางเลือดขาว วัดพระนางสร้าง

17. มกราคม 2009

0 Comments

ตำนานไทย เปิดตำนาน นางเลือดขาว วัดพระนางสร้าง ตำนานนางเลือดขาวที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดพระนางสร้าง มีเล่าแตกต่างกันเป็นสองตำนาน ตำนานแรก โดยมีประวัติ เล่าว่านางเลือดขาวเป็นธิดาเจ้าเมืองแห่งหนึ่ง เกิดทำผิดจารีตประเพณีโทษถึงขั้นประหารชีวิต แต่ได้ขอพระบิดาว่าก่อนตายนางขอสร้างวัดสองแห่ง เพื่อเป็นบุญกุศลติดตัวไปภพหน้า พระบิดาก็ยินยอมตามขอ? โดยจับนางใส่แพลอยไปกระทั่งมาถึงเกาะภูเก็ต จึงได้สร้างวัดพระนางสร้างขึ้น พร้อมทั้งเอาทรัพย์สมบัติที่เหลือจากการสร้างวัดไปเก็บซ่อนไว้ใน ถ้ำเขาน้อยใกล้วัดฉลอง (เขาน้อยมีหลายแห่งในภูเก็ต)? โดยมีปริศนาลายแทงว่า ?เขาน้อย มีอ้อยช้างคลาน มีทองสามพาน อยู่ตีนเขาน้อย? หลังจากนั้นนางก็เดินทางไปสร้างวัดอีกแห่งที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช อาจเป็นวัดแม่นางเลือกขาว (ใกล้กับวัดพ่อท่านคล้าย) ตำนานที่สอง หรืออีกสำนวนเล่าว่า นางเลือดขาวเป็นพระมเหสีของเข้าผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ถูกเสนาบดีใส่ร้ายว่านางมีชู้กับมหาดเล็กเจ้าผู้ครองนครจึงสั่งให้ประหารชีวิตนางเสีย แม้นางจะแสดงความบริสุทธิ์ต่อเจ้าผู้ครองนครอย่างไรก็ไม่เป็นผล นางจึงขอผ่อนผันว่า ก่อนตายขอเดินทางไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่ลังกา อันเป็นดินแดงแห่งพระพุทธศาสนา นางออกเดินทางไปด้วยเรือสำเภา ระหว่างทางในทะเลได้พบภัยอันตรายต่าง ๆ แทบ จะเอา ชีวิต ไม่รอด นางจึงตั้งจิตอธิษฐานว่า หากมีบุญวาสนา ของให้นางได้ไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุอย่างที่ตั้งใจ กลับมานางจะสร้างวัดก่อนที่รับโทษทัณฑ์ ในที่สุดนางได้ไปถึงลังกาสมปรารถนา ขากลับนางได้นำศิลปวัตถุมาด้วย และได้แวะขึ้นบนเกาะภูเก็ตเห็นเป็นชุมชนมีผู้คนอาศัย จึงได้สร้างวัดพระนางสร้างขึ้นเป็นแห่งแรก พร้อมทั้งปลูกต้นประดู่และต้นตะเคียนไว้เป็นเครื่องหมาย (ในวัดพระนางสร้างเคยมีต้นประดู่ใหญ่และต้นคะเคียน แต่โค่นไปในปี พ.ศ. 2482 เพื่อสร้างโรงเรียน)? เมื่อกลับถึงบ้านเมืองของคน นางได้รับข่าวการสูญเสียพระสวามีในเหตุการณ์แย่งชิงราชสมบัติภายในนครแห่งนั้น นางจึงคิดจะจากไป โดยตั้งพระทัยไว้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะสร้างวัดให้มากเท่าที่จะทำได้ ทว่ายังไม่ทันหนีก็ถูกเข้าผู้ครองนครองค์ใหม่จับไปประหารชีวิตเสียก่อน [...]

Continue reading...

วัดในภูเก็ต เที่ยววัดพระนางสร้าง ตำนานไทย

17. มกราคม 2009

0 Comments

วัดในภูเก็ต เที่ยววัดพระนางสร้าง ตำนานไทย

วัดในภูเก็ต เที่ยววัดพระนางสร้าง ตำนานไทย วัดพระนางสร้าง Pra? nang srang temple กับตำนาน นางเลือดขาว วัดพระนางสร้างเป็นวัดหนึ่งในอำเภอถลาง? ที่เกี่ยวโยงกับตำนานนางเลือดขาว ซึ่งเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันแพร่หลายทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะในภาคใต้ของไทยจนถึงแหลมมลายูตอนเหนือ แถบรัฐไทรบุรี มะละกา และเกาะลังกาวี แต่นางเลือดขาวของที่นั่นชื่อ มาซูรี และเมื่อไม่นานมานี้ พระนางมาซูรีแห่งเกาะลังกาวีก็ถูกนายกฯ มหาธีร์หยิบขึ้นมาเป็นประเด็นในการประชา?? สัมพันธะการท่องเที่ยวของมาเลเซียอย่างครึกโครม อย่างไรก็ดี ตำนานนางเลือดขาวสะท้อนให้เห็นถึงสัมพันธภาพของคนในภูมิภาคนี้ที่เดิมเคยใกล้ชิดสนิทสนม อยู่ในอำนายการปกครองเดียวกัน และมีการค้าเชื่อมโยงถึงกัน จึงทำให้เกิดการถ่ายทอดทางศิลปวัฒนธรรมต่อกัน ตำนานนางเลือดขาวของฝ่ายไทยนั้น มีหลายสำนวนเล่าผิดแผกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ สำหรับตำนานนางเลือดขาวที่เกี่ยวพันกับวัดพระนางสร้าง กับนางมาซูรีที่เกาะลังกาวีมีเค้าโครงในทำนองเดียวกัน คือ ถูกกล่าวหาว่ามีชู้และโดยประหานชีวิต เมื่อเลือดของนางหลั่งออกมากลายเป็นสีขาวอย่างอัศจรรย์อันแสดงความบริสุทธิ์ของนาง? ปัจจุบันไม่มีหลักฐานใดในวันพระนางสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานดังกล่าว จะมีก็แต่เพียงที่มาของชื่อวัดซึ่งชาวบ้านเรียกขานกันเท่านั้น ตามประวัติวัดและโบราณสถานโบราณวัตถุที่พบในวัด ก็ชี้ชัดว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่รุ่นแรก ๆ ประจำเมืองถลางทีเดียว วัดในภูเก็ต เที่ยววัดพระนางสร้าง ตำนานไทย Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

คนภูเก็ตนับถือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

12. มกราคม 2009

0 Comments

คนภูเก็ตนับถือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

คนภูเก็ตนับถือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ?วีรบุรุษ? ของคนภูเก็ต ขณะที่ชาวจีนบ้าบ๋าภูเก็ตมีอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงกลุ่มอั้งยี่ คนไทยพื้นถิ่นก็มีรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองเป็นที่เคารพสักการะ รำลึกถึงบุญบารมีที่พระคุณเจ้าเป็นผู้นำชาวบ้านปราบพวก อั่งยี่ที่ก่อจลาจล ปล้นสะดมเผาบ้านเรืองราษฎรไทยจนวอดวาย ดังปรากฏชื่อ ?บ้านไฟไหม้? ในอำเภอฉลอง เป็นประจักษ์ พยานอยู่ ความรุนแรงครั้งนี้เกินกำลังเข้าหน้าที่บ้านเมืองในท้องถิ่นจะควบคุมได้ จึงต้องขอกำลังจากส่วนกลางมาสนับสนุน ระหว่างที่รอกองทับส่วนกลาง? หลวงพ่อแช่มได้นำชาวบ้านเข้าต่อสู้กับพวกอั้งยี่ โดยท่านได้มอบผ้าประเจียดสีขาวให้ชาวบ้านทุกคนโพกหัว เพื่อขวัญกำลังใจในการต่อสู้ จนพวกอั้งยี่เรียกพวกชาวบ้านว่า ?อ้ายพวกหัวขาว? และในที่สุด ชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ทางการก็สามารถปราบอั้งยี่ได้สำเร็จ รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณะศักดิ์แก่หลวงพ่อแช่มเป็นพระครูสิสุทธิวงศาตราจาร ญาณมุนี หลวงพ่อแช่มไม่เพียงเป็นที่เคารพนับถือของคนภูเก็ตเท่านั้น คนในมาเลเซีย ปีนังก็ให้ความเคารพศรัทธาด้วยเมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนใด ก็พากันมาบนบานให้หลวงพ่อช่วยเหลือเสมอ ๆ คนภูเก็ตนับถือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง Join the forum discussion on this post - (1) Posts

Continue reading...

ท้องถิ่นภูเก็ต เรื่องตำนานศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะ ตำนานอิสลามสามพี่น้อง

12. มกราคม 2009

0 Comments

ท้องถิ่นภูเก็ต เรื่องตำนานศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะ ตำนานอิสลามสามพี่น้อง

ท้องถิ่นภูเก็ต เรื่องตำนานศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะ ตำนานอิสลามสามพี่น้อง ศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะ ตำนานอิสลามสามพี่น้อง ประชาชนในจังหวัด ภูเก็ต บางคนเชื่อว่า? ผู้บุกเบิกตั้งชุมชนในภูเก็ต คือ อิสลามสามพี่น้องที่แล่นเรืองไม้จากมาเลเซีย อินโดนีเซียมาขึ้นบก แล้วแยกย้ายเอาธัญญาหารต่าง ๆ ไปปลูกขยายพันธุ์อยู่คนละที่และในที่สุดได้กลายเป็น ?โต๊ะ? หรือ เจ้าพ่อเจ้าแม่ แบ่งเขตคุ้มครองคนละแดน บนเกาะแห่งนี้ โดยมี? โต๊ะยา ซึ่ง เป็นเจ้าแม่อยู่หาดสุรินทร์ กมลา ทางตะวันตกของเกาะภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏศาล ทั้งนี้อาจเพราะคนส่วนใหญ่ในบริเวณนั้นเป็นชาวมุสลิม ส่วนโต๊ะแซะ เป็นเจ้าของที่อยู่ในเขตตลาดของอำเภอเมือง และมีศาลให้คนมากราบไหว้ ขณะที่โต๊ะพระแทว น้องสุดท้อง ก็มีศาลอยู่ที่เขาพระแทวในอำเภอถลาง ศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะ ในปัจจุบันมีสองศาลอยู่ด้วยกัน ศาลแรก ดั้งเดิมตั้งอยู่บนถนนสุทัศน์ ตรงข้ามกับวัดแขก ภายในศาลประดิษฐานรูปหล่อของโต๊ะแซะ โดยมีพญางูตั้งอยู่เคียงข้าง ศาลดังกล่าวมีขนาดเล็กและผู้คนที่ไปสักการะก็มีไม่มาก เมื่อเทียบกับศาลใหม่บนเชิงเขาโต๊ะแซะ ซึ่งภายในศาลนอกจากจะมีรูปหล่อของโต๊ะแซะขาวแล้ว ยังมีโต๊ะแซะดำกับโต๊ะแซะแดงอีกด้วย ศาลเจ้าพ่อโต๊ะแซะจะมีงานเซ่นบวงสรวงในเดือน 6 เป็นประจำทุกปี โดยมีการประทับทรงและเซ่นไหว้ เครื่องเซ่นของเจ้าพ่อฯ ประกอบด้วยพริกแดง 9 ดอก หมากพลู 9 คำ ยาเส้นใบจาก 3 ห่อ ดอกไม้ [...]

Continue reading...

ดูดวงปี 12 นักษัตร ปีมะเมีย,มะแม,วอก กับปีฉลู2552

3. มกราคม 2009

0 Comments

ดูดวงปี 12 นักษัตร ปีมะเมีย,มะแม,วอก กับปีฉลู2552

มะเมีย ดวงของคนที่เกิด ปีมะเมีย สำหรับปี2009 ในปีนี้ ดวงของท่านก็ยังไม่ค่อยมีอะไรให้เห็นเด่นชัดมากนัก? แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดวงจะ เหมือนปีที่ผ่านมา และคงจะไม่แย่กว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน?? ในบางชะตาก็อาจจะได้ธุรกิจใหม่ กว่าจะประสบความสำเร็จหรือที่มุ่งหวังไว้นั้น ต้องใช้เวลาและความอดทนสูง? และจะเหนื่อยกว่าจะสำเร็จ เช่น การลงทุนปีนี้ก็จะได้ผลกำไรในปีหน้า หรือสามารถฟื้นยืนได้? และใช้เวลาอีกปี จึงจะมีกำไร? กล่าวโดยสรุปปีนี้ ดวงของท่านเริ่มขยับดีขึ้นปานกลาง? แต่ยังไม่ค่อยสบาย?? ควรอดทนสงบปากสงบคำไว้ จะเกิดผลดีแก่ตัวท่านเอง มะแม ปีนี้ท่านที่เกิดปีมะแม จะต้องระมัดระวังไว้ให้มากๆ? ควรพิจารณาว่า การใดควร การใดไม่ควร คิดอย่างรอบคอบ คิดอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะทำ? ในเรื่อง การงานควรใช้พิจารณาญาณให้มากๆอย่าใช้อารมณ์ตัดสิน จะทำให้เกิดความเดือนร้อนได้?? ท่านควรให้ลูกหลานหรือบริวารของท่านรับไปทำการแทน? จะได้ผลที่ดีดว่าท่าน? ในส่วนตัว ก็ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุไว้? การใช้จ่ายมีรายจ่ายเยอะมาก หาเงินไม่ทันกับรายรับ หรือเรียกว่า การเงินผลึกผันให้วุ่นวาย? สรุปแล้วในปีนี้?? ?ไม่ค่อยดีนัก? สุขภาพจิตกายต้องดูแล? หากไม่กังวลเครียดจะแก้ไขปัญหาไปได้ วอก ในปี2009 นี้ท่านที่เกิดปีวอก ดวงของท่านอยู่ในเกณฑ์ดีตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ เพราะในปีนี้จะสามารถฟื้นตัวได้?? เริ่มจะมองเห็นช่องทางดำเนินงานและจัดระเบียบชีวิตได้เหมาะสม?? ได้ทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้ หรือได้ทำงานตามความถนัด?? หากท่านอดใจ อดวาจาได้มั่นคงดีแล้วนั้น? [...]

Continue reading...

ดูดวง ปี 12 นักษัตร กับ ปีฉลู 2552

3. มกราคม 2009

0 Comments

ดูดวง ปี 12 นักษัตร กับ ปีฉลู 2552

ดูดวง ปี 12 นักษัตร กับ ปีฉลู 2552 (2009) ปี ค.ศ. 2009 นี้มีผลกับปี นักษัตรทั้ง 12 ปี แตกต่างกันออกไป และสามารถจะอธิบายผลที่เกิดของแต่ละปีได้ดังนี้ ชวด ในช่วงของปี2009 นี้การขยับขยาย เกี่ยวกับการใช้ชีวิต?? ดวงของท่านจะดีขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง?? และท่านก็จะได้รับทราบ ข่าวดีหรือได้ยินในเรื่องดีเข้ามา??? และมีผู้อุปถัมภ์ที่คอยช่วยเหลือค้ำจุนอยู่เสมอๆ?? แต่ไม่ก็วายที่จะต้องพบกับความผิดหวังที่คาดไม่ถึงก็ได้คะ?? กล่าวสรุปในปีนี้ คือ ปานกลางพอได้คะ ฉลู ปีนี้สับสนวุ่นแน่? งานอาจต้องตั้งหลัก? แม้จะเป็นคนถือว่าตนเก่งแต่จะทำงานเองทุกอย่างไม่ได้? ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นช่วยจึงจะดี กล่าวได้ว่า หรืออาจจะสรุปว่าในปีนี้? ดวงของชาวฉลู จะค่อนข้างเหนื่อยและเบื่อ กับการใช้ชีวิตในลักษณะเดิมๆคะ ขาล 2009เป็นปีทองของขาลคะ ในปีนี้ นับได้ว่าเข้าขั้นดีมาก?? อุปสรรค เดิมผ่านได้อย่างฉะลุย? มีงานใหม่ ซึ่งจะนำมาพาความร่ำรวย และมีผู้อุปถัมภ์คอยช่วยเหลือหรือค้ำจุนตลอด มีได้รับข่าวดีทั่วหน้า? มีความสุขใจ ถ้ามีโรคประจำตัว หรือไม่สบายจากปีก่อน เข้าปีนี้ก็จะหาย ป่วย หรือโรคร้ายหายขาดได้ จงเชื่อมันและตั้ง ใจให้มั่นในการรักษาความดีของคุณเพราะคุณจะสบายจากที่มีกุศลดีแน่นอน

Continue reading...

ดูดวงปี 12 นักษัตร ปีเถาะ, มะโรง, มะเส็ง ปีฉลู

3. มกราคม 2009

0 Comments

ดูดวงปี 12 นักษัตร  ปีเถาะ, มะโรง, มะเส็ง  ปีฉลู

เถาะ ปีนี้ผลึกตัวได้? มองเห็นทางสว่างโล่งค้าขายได้ดีมีกำไร? ลูกหลานขยับเชื่อฟังได้รับความร่วมมือ? ลูกหนี้ใช้เงินให้?? กล่าวได้ว่าในปี2009 หรือจะสรุปปีนี้ ก็คือ ดวงของ ปีเถาะอยู่ในเกณฑ์ดี?? ไม่ตกงานหรือมีงานทำตลอดปีคะ มะโรง ปีนี้ยังยืนอยู่อย่างสะดวก งานเดินปกติดี ขยายงานไม่ขึ้น? ลูกน้องเริ่มเอาใจออกห่าง? มองงานใหม่ไม่มี? ครอบครัวต้องดูแลแล้ว กล่าวโดยสรุปปี2009 นี้ คือ เกณฑ์ดวงชีวิตมีลักษณะแบบปานกลาง แต่ก็ต้องมีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตด้วยคะ มะเส็ง อาจจะลำบากนิดหน่อยในปี2009คะ ซึ่งใน ปีนี้ยังต้องอดทนต่อทุกอย่าง แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเข้าในทางที่ดี?? แต่ไม่เร็วอย่างใจหวัง นะคะ? สำหรับทางที่จะเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำไปในทางที่เหมาะ ไม่ควรร้อนใจเหมือนปีที่แล้วคะ? ในปีนี้ควรทำใจสงบขึ้นกว่าเดิม ตั้งหมั่นอยู่ในการประกอบกุศลไว้เช่นเคย

Continue reading...

ดูดวงปี 12 นักษัตร ระกา, จอ, กุน ปีฉลู

3. มกราคม 2009

0 Comments

ดูดวงปี 12 นักษัตร  ระกา, จอ, กุน  ปีฉลู

ระกา คนที่เกิดในปีระกา ในปี2009 นี้ ในเรื่องเกี่ยวกับการงาน มีลักษณะที่จะคล่องตัว จะทำอะไรก็มักจะมีผู้อื่นยื่นมือมาคอยช่วยเหลือท่านเป็นอย่างดี?? และในปีนี้ท่านจะมีชื่อเสียงในทางที่ดี และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวของท่านและคนในสังคมได้ดี?? การงานและกิจการจะเจริญต่อไปกว่าปีที่แล้ว?? กล่าวโดยสรุปปีนี้?? ?ดวงท่านอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แล้วท่านยังมีของแถมเป็นโชคในปีนี้อีด้วย อาจจะมีทาญาติเพิ่ม และดวงของทาญาติจะเกื้อหนุนหรือช่วยหนุน กันดี จอ คนที่เกิดในปีจอ(หมา) ในปี2009 นี้จะเริ่มมีความทรงตัวใหม่ และจะมีการใช้ชีวิตที่สนุกสนานเหมือนปีที่ผ่านมา?? ในเรื่องของการงาน จะนิ่ง ๆ? ท่านควรที่จะเริ่มจัดการ หรือควร แก้ไขอุปสรรคบ้างแล้ว?? แต่ให้ท่านมีความระมัดระวังในเรื่องของบริวารไว้ให้ดี เพราะจะเกิดการขี้เกียจในการงาน? ทำให้รายได้ขาดมือ? กล่าวโดยสรุปคือ 2009 ปีนี้ ดวงของท่านมีลักษณะในแบบปานกลาง การขยับขยายลดถอยลง? ท่านควรตั้งใจให้แน่วแน่ ว่าจะต้องมั่นในความขยันไว้? เก็บสะสมไว้เพิ่มพูนเพื่อในไปใช้ในปีหน้า กุน ปีนี้อาจยังต้องวิ่งเต้นวุ่น ๆ อย่างหนักอยู่เหมือนกัน แต่จิตใจจะสบายมั่นคง? สุขภาพแข็งแรงดี ไม่เสียเงินกับค่ายาหรือค่ารักษา? เกี่ยวกับการงานยังไม่โดดเด่นเท่าไหร่นัก?? มีโชคตามสไตล์ปีหมู และมีคนอุปถัมภ์เหมือนปีก่อน กล่าวโดยสรุป คนที่เกิดในปีนี้ ?? ?ดวงของท่านจะเป็นลักษณะ ปานกลางและราบเรียบ? ท่านจะต้องทำงานเหนื่อยอีกหน่อย แต่ท่านควรจะตั้งมั่นไว้ในบุญกุศลให้มากๆ [...]

Continue reading...

คติ โหราศาสตร์

2. มกราคม 2009

0 Comments

คติ โหราศาสตร์

คติ โหราศาสตร์ ดวงชะตาไม่ใช่การลิขิตชีวิตให้เป็นไปตามดวง 100% ดวงชะตาเป็นเพียงเครื่องชี้บอก หรือแนะแนวทางชีวิตว่าอาจจะเป็นไปในรูปแบบใด ถ้าเขามีความสามารถแก้ไขนิสัยไม่ดีได้ ย่อมนำวิถีชีวิต ผ่านความยุ่งยากไปได้ วันเกิดอาจเป็นเส้นตายหรือเส้นชีวิต การเกิดแก่เจ็บตายเป็นของธรรมดา แต่พบว่าคนบางคนอาจพอรู้วันตายของตนเองได้ เพราะวันเกิดกับวันตายมีความเกี่ยวพันกันอยู่ ในบรรดาผู้ตายที่เป็นหญิงส่วนใหญ่จะจบชีวิต ภายในสัปดาห์แรกของวันเกิด มากกว่าสัปดาห์อื่น ผู้ตายที่เป็นชายมักจะตายก่อนหน้าวันเกิดของตัวเองเล็กน้อย ในกรณีนี้มักจะเกิดกับผู้ที่เจ็บป่วยหนักอยู่แล้วเท่านั้น อย่าให้ดวงเหนือคน แต่คนต้องเหนือดวง นั่นคือบุคคลที่ฉลาดมักจะปรับปรุงฝึกฝน ตนเอง ให้พ้นจากอำนาจฝ่ายต่ำไว้เสมอ ถ้าทำได้ แม้มีพื้นชะตาที่ไม่ดี ก็อาจ แก้ชะตาที่เสียๆได้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่คนเราจะฝืนทำ ดังนั้นบุคคลส่วนใหญ่จึงมักใช้ชีวิตไปตามดวง คือมีดวงดีดวงร้ายอย่างไร มักจะปล่อยไปตามนั้น ที่มา : ตำราพรหมชาติ

Continue reading...